Showing posts with label Mysql. Show all posts
Showing posts with label Mysql. Show all posts

Friday, November 4, 2011

การติดตั้ง MySQL

  MySQL เป็น ที่นิยมใช้กัน มากสำหรับเป็นฐานข้อมูลเว็บไซท์ ยังสามารถใช้ร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP, ASP และภาษาโปรแกรมอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้ จะเป็นที่รู้กันดีครับว่า เรานิยมนำมาใช้งานร่วมกับ ภาษาโปรแกรม PHP จะเห็นได้จากหนังสือคู่มือคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ออกจำหน่ายให้เห็นกันตามท้องตลาด ที่จะสอนการใช้งาน PHP และ MySQL ควบคู่ด้วยกันไปครับ
หลังจากดาวน์โหลดมาแล้ว  ให้ทำการ Unzip ไฟล์ออกมา  แล้วทำการติดตั้งโดยดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ SETUP.EXE



พอเข้ามาที่หน้านี้  ก็ให้คลิก Next ไปยังขั้นตอนต่อไป



ตรงนี้ให้เลือก Browse เพื่อจะกำหนด Folder ใหม่



ให้ใส่ C:\WWWServer\MySQL ลงไปที่ช่อง Path  และคลิก OK



คลิก Yes เพื่อสร้าง Folder ใหม่



ตรงนี้ก็คลิก Next ไปยังยังขั้นตอนต่อไป



ข้อนี้ให้เลือก Typical แล้วคลิก Next ต่อไป



ตัวโปรแกรมกำลังถูกติดตั้งลง Harddisk ให้รอสักครู่



ถึงขั้นตอนนี้  ก็คลิก Finish  เสร็จสิ้นการติดตั้งไฟล์ลง Harddisk



จากนั้นก็ให้ใช้ Windows Explorer เปิดเข้าไปยัง C:\WWWServer\MySQLbin  ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ winmysqladmin.exe



ที่ช่อง User Name  ให้ใส่ root และช่อง Password  ใส่ค่าอะไรก็ได้  หรือถ้าจะทำตามตัวอย่างก็ 12345  แล้วคลิก OK



ที่ System Tray  จะมี Icon ของ MySQL เป็นรูปไฟจราจรโผล่ขึ้นมาและเป็นสีเขียว  แสดงว่าทำงานถูกต้องแล้ว



ต่อไปก็จะเป็นการกำหนดสิทธิต่างๆของ User ให้กับ MySQL  ไปที่ Start >> Run พิมพ์ cmd คลิก OK



พอเข้ามาที่หน้าต่าง Command Prompt  ให้พิมพ์ cd\  กด Enter เพื่อออกไปที่ C:\>

ต่อไปให้พิมพ์ C:\>cd WWWServer\MySQL\bin  กด Enter  เพื่อเข้าไปที่ Directory C:\WWWServer\MySQL\bin> ตามรูป



พอเข้ามาที่ C:\WWWServer\MySQL\bin>  ให้พิมพ์ mysql -u root -p ต่อท้ายไปเลย  แล้วเคาะแป้น Enter  มันจะถามหา Password  ไม่ต้องใส่อะไรครับ  ให้เคาะแป้น Enter ผ่านไป  เนื่องจาก User root ยังไม่มี Password  แล้วมันจะเข้าไปที่ mysql>
ดังรูปข้างล่าง



ต่อไปก็มากำหนดสิทธิ์และ Password ของ User root  โดยจะใช้คำสั่ง GRANT  เพราะง่ายและรวดเร็วดี  (ลองๆไปอ่านคู่มือ MySQL ดูกันเอาเองนะครับ)

ตรง mysql> ให้พิมพ์ GRANT USAGE ON *.* TO root@localhost IDENTIFIED BY '12345';  กดแป้น Enter (ค่า 12345 คือ Password ที่กำหนดขึ้นมาใหม่นะครับ)  จะได้ข้อความตามรูปข้างล่าง  ถือว่าผ่านครับ  (จะใช้ GRANT กับ User อื่นนอกจาก root ก็ได้นะครับ)



จากนั้นให้ออกจาก mysql> โดยพิมพ์ exit  กด Enter  จะออกไปที่ C:\WWWServer\MySQL\bin>



ทีนี้ให้เข้าไปที่ MySQL ใหม่  โดยพิมพ์ mysql -u root -p  กด Enter  ใส่ Password 12345  กด Enter  ถ้าเข้าได้ตามรูปข้างล่างก็คือผ่านครับ



ให้ทดลองพิมพ์ status  กด Enter  เพื่อดู Status การทำงาน  จากนั้นก็ให้ Exit ออกไปจาก MySQL



เปิดไฟล์ C:\WINDOWS\my.ini ด้วย Notepad



เพิ่มคำสั่ง default-character-set=tis620 ต่อท้ายเข้าไป  เป็นการกำหนดให้ MySQL สามารถใช้และการเรียงลำดับตัวอักษรของ ภาษาไทยได้ถูกต้อง  บันทึกไฟล์ my.ini  แล้วรีบูตเครื่องใหม่  เป็นอันเรียบร้อยสำหรับการติดตั้ง MySQL

Thursday, November 3, 2011

BigDump

       การนำเข้าไม่สมบูรณ์ เพื่อทำให้งานนำเข้าฐานข้อมูลรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงจต้องใช้สคริป Big dump เข้ามาช่วย ปัจจุบันอยู่ที่เวอร์ชั่น BigDump ver. 0.29b (beta) ดาวน์โหลดสคริปมา ทำการแตกไฟล์ออกมา ด้านในจะมีอยู่ 1 ไฟล์ คือ bigdump.php ใช้โปรแกรม editor แก้ไข ในส่วนนี้ $db_server =    'localhost' $db_name = 'xxxxxx'; $db_username = 'root'; $db_password = 'xxxxxx';
ให้ ตรงกับชื่อฐานข้อมูลที่จะ dump ข้อมูลลงไป เสร็จแล้วทำการอัพโหลดขึ้น hosting เรียกใช้งานโดยตรงได้เลย (http://www.youdomain.com/bigdump/bigdump.php) ทำการอัพโหลดฐานข้อมูล (*.sql) ขึ้นไปไว้ที่ พาทของ script bigdump (http://www.youdomain.com/bigdump/)หรือจะอัพโหลดผ่านหน้าเว็บของ สคริป bigdump ก็ได้ถ้าขนาดฐานข้อมูลไม่เกินที่ php.ini กำหนด ลองรันสคริปดูครับ ครั้งแรกก็พลาดซะแล้ว เมื่อเราใส่ค่า dataname, username หรือ password ไม่ถูกต้อง เอาใหม่แก้ไขใหม่
      เมื่อเชื่อมต่อฐานข้อมูลได้สำเร็จจะเป็นดังรูปด้านบน ให้ทำการอัพโหลดฐานข้อมูล SQL ผ่านทางหน้าเว็บหรือจะใช้โปรแกรม FTP อัพโหลดก็ได้ จากนั้นคลิ๊กที่ start import เพื่อ นำเข้าฐานข้อมูล รอจนเต็ม 100% รอนานแค่ไหน! ขึ้นอยู่กับขนาดของฐานข้อมูลครับ ปัญหาที่เจอบ่อย ๆ import ไม่ถึงครึ่ง ติด error แนวทางที่ผมใช้แก้ไขและได้ผลมาตลอด คือลบ ตารางฐานข้อมูลเก่าในฐานข้อมูลออกให้หมด แล้ว import เข้าไปใหม่ หากทำแล้วยังไม่ได้ ลอง optimize database ใน phpmyadmin ในเครื่องก่อน จากนั้น นำขึ้นไปดรัมใหม่

ติดตั้ง PHP + MSSQL

ตัวอย่างการติดตั้ง PHP เพื่อติดต่อกับ MS SQL (ที่ใช้ฟังก์ชั่น mssql_xxxx) ระบบที่ใช้: Webserver PHP 5.x MS SQL 2005 1. ติดตั้ง Webserver(ex. Apache , IIS) , PHP , MS SQL 2. แก้ไขไฟล์ php.ini ที่ extension=php_mssql.dll เอา semicolon ออก 3. ตรวจสอบไฟล์ "ntwdblib.dll" เวอร์ชั่นที่มากับ PHP(อยู่ในโฟลเดอร์ PHP) 2000.2.8.0 อันนี้ไม่ต้องการ เวอร์ชั่นที่ต้องการคือ version 2000.80.194 หรือใหม่กว่า (ถ้าไม่มีหาโหลดเอา) 4. copy ไฟล์ ntwdblib.dll,php_mssql.dll ไปไว้ที่ window/system32 5. Restart service ของ webserver กับ ms sql 6. ลองทดสอบ code if (function_exists('mssql_connect')){ echo "Okay, fn is there------------------"; } else { echo "Hmmm .. fn is not even there------------------"; } if(extension_loaded("mssql")) { echo "MSSQL is Loaded"; } else { echo "MSSQL not loaded"; } $ext = get_loaded_extensions(); if(in_array('mssql', $ext)) echo 'u have mssql installed'; else echo 'u do NOT have mssql installed'; 7. ที่ phpinfo(); MSSQL Support enabled Active Persistent Links 0 Active Links 0 Library version 7.0 Directive Local Value Master Value mssql.allow_persistent On On mssql.batchsize 0 0 mssql.compatability_mode Off Off mssql.connect_timeout 10 10 mssql.datetimeconvert On On mssql.max_links Unlimited Unlimited mssql.max_persistent Unlimited Unlimited mssql.max_procs Unlimited Unlimited mssql.min_error_severity 10 10 mssql.min_message_severity 10 10 mssql.secure_connection Off Off mssql.textlimit Server default Server default mssql.textsize Server default Server default mssql.timeout 60 60